Angel Asylum: Angelo (II)

posted on 02 Feb 2015 23:22 by asumi  in Fiction  directory Fiction
 
 
 
 
 
 
 
ร่างทั้งสองเดินเคียงไหล่กันออกมาจากสนามบิน มิโนนหันไปถามอีกคน
 
"แล้ว... ไมค์ไปไหนซะล่ะ"
"ทำเรื่องอื่นอยู่โซนเอชียน่ะ เธออยู่ใกล้กว่า"
 
...ขนาดใกล้ยังต้องนั่งเครื่องบิน7ชั่วโมงนะเนี่ย...
มิโนนลูบปลายผมตัวเองเล่น นึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่อีกฝั่งของโลกแองเจิ้ลถึงต้องไปรวมตัวอยู่ตรงนั้น
 
"เอาเถอะ ที่นี่มีอะไรอร่อยบ้าง"
"ฉันรู้ว่าเธอต้องถาม ฉันมีลิสให้แล้ว ตามมา"
"รุ่นพี่ที่น่ารักของผม" 
 
มิโนนเกาะแขนรุ่นพี่อย่างออดอ้อนทำให้มุมปากเฟยหลงกระตุกขึ้นมาเล็กน้อย เป็นภาพที่ไม่ปรากฎขึ้นบ่อยนัก
 
"เก็บไว้ใช้กับพวกลุงแก่ลูกค้าเธอเถอะ"
"แล้วใช้กับรุ่นพี่ไม่ได้ผลเหรอครับ"
"........"
 
คนตัวเล็กกว่ายังคงกอดแขนพูดเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างน่ารักน่าเอ็นดู เฟยหลงไม่ตอบแต่มิโนนรู้ดีว่าเขาชนะแล้ว มื้อนี้กินฟรี
 
 
 
เฟยหลงพามิโนนไปสั่งอาหารร้านหรูมานั่งกินกลางสวนสาธารณะเซนทรัลพาร์ค อาจจะดูแปลกไปสักนิดกับการปิคนิคมื้อเย็นด้วยดินเนอร์ชุดใหญ่แต่ไม่มีใครสนใจพวกเขา
ทั้งสองนั่งลงบนเสื่อพลาสติกใช้แล้วทิ้ง คุยกันอย่างจริงจังขณะมองกระดาษห่ออาหารอย่างพินิจพิจารณา 
 
"ตรงนี้เป็นทางหนีไฟ เสร็จแล้วเธอออกมาทางนี้จะใกล้ที่สุด เดินอ้อมไปลงลิฟท์ของอีกตึกหนึ่ง กรณีถ้าเขามีเวลาขอความช่วยเหลือก็ทำแบบนี้แล้วกัน"
"มันไม่เกิดขึ้นบ่อยหรอก"
 
ชายชาวจีนพยักหน้าเห็นด้วย มิโนนจิ้มเป็ดย่างเลิศรสเข้าปากพอดีกับลมที่พัดวูบ ยกกระดาษแผ่นนั้นลอยขึ้นไปในอากาศแล้วร่วงลงบนผิวน้ำพอดี
 
"อ๊ะ..."
 
กระดาษซึมซับน้ำจมลงเปื่อยเป็นชิ้นๆเมื่อปลาพุ่งเข้าหาด้วยนึกว่าเป็นอาหาร มิโนนหันไปมองหน้ารุ่นพี่ซึ่งยักไหล่ตอบกลับมา
 
"เป็ดย่างอร่อยใช่มั้ยล่ะ"
"สุดยอด ไม่ผิดหวังซักนิด"
 
 
================================
 
 
The Devil is real. And he's not a little red man with horns and a tail. 
He can bebeautiful. Because he's a fallen angel, and he used to be God's favorite.
 
แม่ผู้ล่วงลับของเศรษฐีขนส่งเคยพูดประโยคนี้กับเขาเมื่อนานมาแล้ว เขาเชื่อเช่นนั้นตลอดมา
ชายร่างท้วมเดินเข้าห้องส่วนตัวชั้นบนสุดของตึกสูงเสียดฟ้า เขาเพิ่งจะเจรจาธุรกิจครั้งใหญ่จบลงด้วยความขัดแย้ง บริษัทขนส่งไม่สามารถทำข้อตกลงกับฝ่ายคู่ค้าได้
 
เศรษฐีฝรั่งเศสถอนหายใจ นั่งเอนหลังพิงเก้าอี้บุนวมประจำตัวก่อนออกปากให้บอดี้การ์ดทั้งหมดออกไปจากห้อง ตอนนี้เขาต้องการความเป็นส่วนตัวเล็กน้อย
ไวน์แดงถูกรินใส่แก้วพร้อมกับเพลงแจ๊สที่ดังขึ้นเบาๆจากลำโพง คืนนี้เงียบสงบไม่มีร่องรอยของอันตรายใดๆ 
 
ผ่านไปพักใหญ่ ขณะที่กำลังเคลิ้มจากฤทธิ์แอลกฮอลล์ประตูหน้าห้องได้เปิดออก
ตาสีน้ำขุ่นตวัดไปมองอย่างขัดใจ เขาบอกว่าอยากได้ความสงบเป็นส่วนตัวไม่ใช่หรืออย่างไร ก่อนจะได้ออกปากไล่บอดี้การ์ดจอมจุ้นไม่รู้จักเวลาสายตาที่มองไปอีกฝั่งของประตูกลับพบเพียงทางเดินยาวมีแสงไฟสลัว
ชายชรารู้สึกได้ถึงความอึดอัดไม่สบายใจบางอย่าง ร่างท้วมลุกขึ้นเดินกวาดตาไปทั่วห้องช้าๆแล้วเดินไปทางเก้าอี้เพื่อนั่งอีกรอบ ทั้งชีวิตที่ผ่านมาเขาเชื่อสัญชาตญาณตัวเองและมันไม่เคยทรยศความเชื่อมั่นนั้น
 
ขณะมองวิวตึกสูงกับแสงไฟระยิบระยับด้านนอกภาพสะท้อนบนกระจกตรงหน้าทำให้เศรษฐีสูงวัยหันหลังยกปืนจ่อหน้าผู้บุกรุกได้ทันท่วงทีที่อีกฝ่ายก้าวเข้ามา ผู้บุกรุกก็ยังคงอยู่ในท่าเดียวกัน ทั้งสองจ้องตาวัดเชิงอย่างไม่มีใครยอมใคร ความเงียบกดทับหนักหน่วงเร่งเสียงชีพจรเต้นดังราวกับกลองศึกตีข้างหูป่าวประกาศสงคราม
 
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจมีใครล่วงรู้ แต่ในความรู้สึกของของชายชรามันช่างยาวนาน
นานเหมือนช่วงสิบๆปีในชีวิต นานมากแล้วที่ไม่มีคนมาจ่อปากกระบอกปืนซึ่งหน้าแบบนี้
ดวงตาคู่โตสีแดงสดยังคงจ้องเขม็งมาสูบลมหายใจให้ติดขัดไม่ลดละ เขาไม่ได้ถูกประสบการณ์สอนให้รับมือกับสงครามประสาทตัวต่อตัวโดยไม่มีบอดี้การ์ดหนุนหลัง ในที่สุดชายชาวฝรั่งเศสพูดประโยคหนึ่งออกมา
 
 
"La plus belle des ruses du diable est de vous persuader qu'il n'existe pas." 
("The devil's finest trick is to persuade you that he does not exist.")
 
 
อีกฝ่ายค่อยๆลดมือที่ถือปืนลงเผยใบหน้าสวยงามดึงดูดสายตา ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มหวาน เสียงเย็นเรียบพูดภาษาเดียวกันตอบกลับมาด้วยสำเนียงแปลกหู 
 
"ou convaincre le monde n'y avait qu'un seul de lui."
("or convincing the world there was only one of him.”)
 
 
 
กระสุนพุ่งทะลุกลางอกชายชราจากด้านหลัง ร่างอวบตันล้มคว่ำลงกับพื้น น้ำข้นสีแดงไหลนองแผ่ออกมาจากตัว
ภาพสุดท้ายที่เศรษฐีเถื่อนเห็นยืนยันความเชื่อของเขาว่าปีศาจมีอยู่จริง ไม่ใช่ชายผิวแดงมีเขาและหาง แต่เป็นเทวฑูตตกสวรรค์ที่งดงาม
 
 
มิโนนเงยหน้าขึ้นมองออกไปยังตึกสูงไกลๆอีกหลัง ตำแหน่งที่เฟยหลงอยู่ มือกดหูฟังสื่อ
 
"ทุกอย่างเรียบร้อย ฉันกำลังไป"
 
ร่างเล็กกำลังเดินออกจากห้องไปตามทางเดินแต่แล้วก็ชะงักเมื่อผ่านบอดี้การ์ดร่างสูงที่คลานออกจากห้องข้างๆมาอยู่ตรงทางเดิน  มิโนนหรี่ตามองแล้วเหยียบมืออีกฝ่ายที่กำโทรศัพท์อยู่อย่างแรง ใบหน้าเหนื่อยอ่อนที่แนบพื้นอยู่แค่นยิ้มเยาะเย้ย ก่อนจะได้อ้าปากถามเสียงของรุ่นพี่เรียกเข้ามาที่หูฟังทันที
 
"มิโนน.. เธอถูกล้อม ตำรวจเต็มช่วงตึก อีกส่วนกำลังขึ้นไป"
 
 
จากลำกล้องสไนเปอร์เฟยหลงเห็นปากบางเม้มเข้าหากัน หูฟังจากอีกฝั่งมีเสียงถอนหายใจน้อยๆ
"ยิงฉัน"
"ที่ไหน"
"อืม... ไหล่ ซ้ายนะ"
 
ร่างเล็กยืนยืดตัวตรง หันหน้าไปทางตึกของรุ่นพี่ หลังจากนั้นเพียงไม่ไม่กี่วินาทีกระสุนก็พุ่งเข้าไหล่ซ้าย 
มิโนนทรุดไปพิงผนังร้องออกมาเบาๆ ทำไมครั้งนี้มันถึงได้เจ็บลึกนักแถมเลือดยังไหลเป็นก๊อกแตก แต่อย่างน้อยก็ทะลุเนื้อออกไปไม่ฝังในกระดูก
ขณะที่สำรวจตัวเองอยู่เสียงรุ่นพี่ที่ดังขึ้นในหูฟังดูรู้สึกผิดแต่ขำขันนิดๆ
 
"โทษที ฉันลืมเปลี่ยนกระสุน"
"เฟยหลง... ฉันจะจำไว้"
 
มิโนนเงยหน้าขึ้นแยกเขี้ยวมองฝ่าความมืดข้างนอกไปยังตึกสูง ใช้มีดงัดกระสุนออกจากพื้น ดึงหูฟังออกมาทุบทิ้งแล้วเดินออกมาจากทางเดินทันกับที่กลุ่มตำรวจกรูเข้ามา มือใหญ่จับไหล่ทั้งสองข้างประคองร่างเล็กลงลิฟท์ไปชั้นล่างปะปนกับผู้คนที่หนีออกจากตึก ขณะที่พยายามจะปลีกตัวออกมากลับถูกคว้าแขนไว้ได้ มิโนนยังคงปฏิเสธการไปโรงพยาบาล
 
"ไม่เป็นไรจริงๆ"
"แต่แผลของคุณไม่ได้ดูโอเคเลยนะ" 
 
มิโนนหันไปพบสายตาห่วงใยของอีกฝ่ายแล้วจึงเม้มปากบาง ตาเบิกน้อยๆดูเหมือนตื่นตระหนกมือเล็กกำแขนเสื้อตัวเองแน่นให้ดูสมจริง ตำรวจคนนั้นพาเขาไปนั่งที่ใกล้รถพยาบาล
"ไม่ต้องกลัวครับ ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว"
 
มิโนนสูดหายใจเข้าลึกนั่งห่อตัว มึนศีรษะเล็กน้อยเพราะเสียเลือดมากและยังคงอยู่ในบทบาทผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์วุ่นวายอย่างสมจริง
ตำรวจใจดีคนนั้นส่งต่อเขาให้พยาบาลเพื่อทำแผลแถมยังอยู่คอยดูอีกด้วย จนเลือดถูกหยุดแล้ว แม้พยาบาลจะยืนยันว่าควรไปโรงพยาบาลแต่เมื่อมิโนนปฏิเสธอย่างหนักแน่นและบอกว่าจะไปเองในวันรุ่งขึ้นและตอนนี้อยากนอนพักมากกว่าเธอก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ชายในเครื่องแบบปล่อยตัวออกจากพื้นที่อย่างง่ายดายพร้อมให้กระดาษแผ่นเล็กๆ
 
"ถ้าต้องการความช่วยเหลืออื่นๆโทรหาผมได้นะครับ"
 
มิโนนยิ้มหวาน บีบมืออีกฝ่ายเบาๆเชิงขอบคุณแล้วเดินเลี้ยวที่มุมตึก รุ่นพี่ผมเปียยาวยืนรอเขาอยู่แล้วด้วยแววตาขบขันแม้จะมีสีหน้าเรียบเฉยตามปกติ
 
"ฉันไม่เคยติดใจสงสัยเสน่ห์ของเธอเลยมิโนน ถึงจะแขนเกือบขาดก็ยังมีคนถูกใจ"
"ฉันก็เหมือนกัน ความงามเป็นบาปนะรุ่นพี่"
 
มิโนนหัวเราะ โยนประดาษจดเบอร์โทรที่เพิ่งได้มาลงถังขยะอย่างไม่ใส่ใจ
งานจบแล้ว คืนนี้ขอนอนเต็มอิ่มซักทีเถอะ
 
 
 

asmxhf ・・・ shine ✧ View my profile